A Letter From Indonesia by Myra Ammalia (1)

Hello! My name is Myra Ammalia. I’m 16 year-old girl who lives in Indonesia.

 Photobucket

Maybe some of you have already known, where  Indonesia is; some maybe don’t really pay attention during their geographic lesson  ^__^ .  So for those who don’t know, I can explain to you.

Geographically, Indonesia is located between  Pacific and Indian ocean.  To the north of Indonesia, there are Vietnam, Laos, Thailand, Brunei Darussalam, Malaysia and Philippines. While to the south, there are Australia and Indian Ocean. Okay enough with the geographic lesson, lol. It’s just a reminder for you who forget ^^

Even though Indonesia is called as NKRI ( The Unity of Indonesian Republic Country ) we are divided into many different races, languages, even Islands.  But there’s one island in which many tourist come to visit. It is Bali. Bali is famous because of its beautiful beaches and scenery. The most famous beach is called “Kuta Beach”.

Here are some pictures of Kuta Beach…pretty isn’t it?

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

pay attention ให้ความสนใจ

explain อธิบาย

geographical เกี่ยวกับภูมิศาสตร์

locate ตั้งอยู่

enough เพียงพอ

even though แม้ว่า

divide แบ่งแยก

race เชื้อชาติ

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไมร่า แอมมาเลีย เด็กผู้หญิงอายุสิบหกอาศัยอยู่ในอินโดนีเซีย

บางทีคุณบางคนอาจจะรู้แล้ว (have already known) ว่าอินโดนีเซียอยู่ที่ไหน บางคนอาจไม่ได้สนใจในคาบภูมิศาสตร์ ^__^ ดังนั้นสำหรับคนที่ยังไม่รู้ ฉันจะอธิบายให้ฟัง

ในด้านภูมิศาสตร์ อินโดนีเซียตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทร ทางเหนือของอินโดนีเซียมี เวียดนาม ลาว ไทย บรูไน ดารุซาลาม มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ขณะที่ทางใต้มีออสเตรเลียและมหาสมุทรอินเดีย โอเค พอแล้วสำหรับวิชาภูมิศาสตร์ ฮ่าๆๆ แค่เตือนความจำสำหรับคนที่ลืม

แม้ว่าอินโดนีเซียจะถูกเรียกว่าสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Unity = ความเป็นหนึ่งเดียวกัน) แต่เราแบ่งเป็นหลายๆเชื้อชาติ ภาษาหรือแม้แต่หมู่เกาะ แต่มีเกาะเกาะหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย นั่นก็คือบาหลี บาหลีมีชื่อเสียงเพราะชายหาดและทิวทัศน์ที่สวยงาม ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ หาดกูตา

นี่คือภาพของหาดกูตา สวยใช่ไหมล่ะคะ?

Double Negative เรื่องน่าปวดหัวของภาษาอังกฤษ

บางครั้งหรือความจริงหลายๆครั้ง เราจะพบประโยคภาษาอังกฤษที่อาจฟังดูประหลาด เช่น

She ain’t got no money.

We ain’t going nowhere.

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ain’t โดยตัวของมันเองเป็นตัวย่อเชิงสแลงของคำว่า am not แต่เราก็จะเห็นการนำ ain’t ไปแทน don’t / hasn’t/ haven’t ได้อยู่บ่อยๆ

ดังนั้น พอเราอ่านประโยคข้างบนแล้วจะเริ่มงงว่า ตกลงหล่อนมีหรือไม่มีเงินกันแน่ แล้วตกลงฉันจะไปหรือไม่ไปกันแน่

เพราะ ain’t มันเป็น ปฏิเสธอยู่แล้ว มาเจอ no ก็จะกลายเป็นปฏิเสธสองชั้น ซึ่งเรียกว่า Double Negative นั่นเอง

นั้นไม่พบมากในภาษาเขียน แต่จะมีอยู่บ่อยๆ ในภาษาพูด สำหรับภาษาอังกฤษ โดยหลักไวยากรณ์แล้ว เมื่อปฏิเสธมาเจอกับปฏิเสธ ก็เท่ากับประโยคบอกเล่าทั่วไป เช่น

It is not impossible to do that.

มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ = มันคือเรื่องที่เป็นไปได้

ทว่าผู้คนในหลายๆกลุ่มเช่น อเมริกาตอนล่าง บางส่วนของอังกฤษ หรือแอฟริกัน อเมริกัน ซึ่งโดยมากอาจถูกเหมารวมว่าเป็นชนชั้นล่าง ถือว่าการใช้ เป็นการเน้นย้ำถึงการปฏิเสธ เช่น

She ain’t got no money. หล่อนไม่มีเงิน (ไม่มีจริงๆ จนมากกก)

ประโยคนี้ก็เหมือน She ain’t got money. หรือ She doesn’t have any money.

We ain’t going nowhere fighting like this. พวกเราไม่คืบหน้าเลยกับการทะเลาะกันอยู่แบบนี้

ประโยคนี้ก็เหมือน We are not going anywhere fighting like this.

I don’t date no one. ฉันไม่ได้เดทอยู่กับใครสักคน

ประโยคนี้ก็เหมือน I don’t date anyone.

เพราะฉะนั้นบางครั้งจะสรุปความหมายอะไรเราก็ต้องดูบุพบทเช่นตัวผู้พูดหรือวัฒนธรรมด้วยค่ะ

แนะนำตัวง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น

พื้นฐานของพื้นฐานเมื่อเริ่มบทสนทนา

คือ “การแนะนำตัวและทำความรู้จักคู่สนทนา” นั่นเอง

วัฒนธรรมการทำความรู้จักของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นยังไง

MySpace

แน่นอนว่าแต่ละชาติย่อมมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของตัวเอง

วิธีการแนะนำตัวของชาวญี่ปุ่นย่อมต้องแตกต่างจากคนไทยแน่นอน

สิ่งสำคัญในการทำความรู้จัก

หากเป็นคนไทย คือ “การไหว้”

แล้วถ้าเป็นคนญี่ปุ่น คือ “การโค้งให้กัน” นั่นเอง

การแนะนำตัวของคนญี่ปุ่นนั่นแตกต่างจากคนไทยอยู่สักหน่อย

เราไปดูกันดีกว่า่ว่าเขาทำกันอย่างไรบ้าง

ขั้นแรก แนะนำตัว

はじめまして อ่านว่า hajimemashite / ฮาจิเมะมาชิเตะ

แปลว่า ยินดีที่ได้รู้จัก

わたしは … (ตรงนี้ให้เติมชื่อของเราเข้าไป) です。อ่านว่า watashi wa …. desu / วาตาชิ วะ… เดสุ

แปล ฉันชื่อ…

มาสเต็ปที่ 2 การโค้งพร้อมกับประโยคตบท้าย

どうぞ よろしく おねがいいたします。อ่านว่า  douzo yoroshiku onegaioitashimasu โดโซะ โยโรชิกุ โอเนไง อิตาชิ มัส

แปลว่า ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย

ตัวอย่างๆ

はじめまして わたしは勝です。 どうそ よろしく おねがいいたします。

hajimemashite / ฮาจิเมะมาชิเตะ

 watashi wa shou desu / วาตาชิ วะ โช เดสุ

douzo yoroshiku onegaioitashimasu / โดโซะ โยโรชิกุ โอเนไง อิตาชิ มัส (โค้งตอนจบประโยค)

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อโชค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักและฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

MySpace

 

ทีเด็ด คำสแลง 1

ขึ้นชื่อว่าภาษา ไม่ว่าจะภาษาไหนๆ ก็ต้องมีคำศัพท์ใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ

โดยเฉพาะคำศัพท์ที่ใช้ในหมู่วัยรุ่น ที่เรียกกันว่าคำสแลง

ซึ่งบางครั้งจะมีคำบางคำที่ใช้กันเป็นที่แพร่หลาย หรือเรียกว่าฮิตติดปากก็ว่าได้

ทีนี้ เรามาดูกันดีกว่า ว่าภาษาญี่ปุ่นมีคำไหนกันบ้าง

MySpace

ラブラブ อ่านว่า raburabu (ราบุราบุ)

ความหมายคือ สวีต หวานชื่น

มาจากคำว่า LOVE LOVE

คำเตือน คำำคำเหมาะสำหรับคนที่มีแฟนแล้ว หากนำมาใช้บ่อยๆ ให้คนที่ีโดดเดี่ยวไร้คู่ เปล่าเปลี่ยวเอกาได้ยินเข้า

ระวัง อาจจะโดนสายตาพิฆาตในระยะประชิดเอาได้

มาดูกันดีกว่า เมื่อนำมาใส่ในประโยคแล้วจะเป็นอย่างไร

MySpace

ラブラブチョコができました。

อ่านว่า raburabu choko ga dekimashita (ราบุราบุ ช็อกโกะ กะ เดคิมาชิตะ)

ก่อนที่จะแปลความหมาย เราจำเป็นต้องรู้คำศัพท์ที่จำเป็นซะก่อน

คำศัพท์

ラブラブ  (raburabu / ราบุราบุ) ความหมายคือ สวีต หวานชื่น

チョコ (choko / ช็อกโกะ)  หรือ ช็อกโก ย่อมาจากคำว่า チョコレート (chokoreito / ช็อกโกเรโตะ) ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแล็ต

できました (dekita / เดคิตะ) มีความหมายว่า สำเร็จเรียบร้อย

หากนำมารวมกันแล้วแปลตรงๆ คือ

“ทำช็อกโกแล็ตสวีตเสร็จแล้ว”

ซึ่งแน่นอนว่า อ่านแล้วต้องเกิดอาการงงและหัวหมุนไปหลายตลบแน่นอน

เพราะที่จริงแล้วต้องแปลว่า

“ทำช็อกโกแล็ตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก(ที่แสนหวานชื่น)เสร็จแล้วล่ะ”

ประโยคนี้ หากลองอ่านแล้ว จะนึกภาพถึง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังพยายามทำช็อกโกแล็ตให้แฟนหนุ่ม

ซึ่งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะสำเร็จ

ラブラブ ในประโยคนี้จึงหมายถึง ความรักที่มีอยู่อย่างท่วมท้นของเธอที่มีต่อแฟนหนุ่มนั่นเอง

[การแปล] วันนี้ 9 ก.ค. มีประเทศน้องใหม่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

วันนี้ (9 ก.ค. 2554) ได้มีประเทศน้องใหม่ลำดับที่ 193 ของโลกกำเนิดขึ้นมาแล้วค่ะ ชื่อว่า สาธารณรัฐซูดานใต้ เรามาทำความรู้จักกับประเทศนี้กันนะคะ

วันนี้เราจะมาดูไปพร้อมๆกับศึกษาวิธีการแปลหรือจับใจความด้วยวิธีการตัดค่ะ

บทความนี้สำหรับน้องๆที่ยังไม่ขึ้นระดับมหาวิทยาลัยจะรู้สึกว่ามีคำยากค่อนข้างเยอะ  ในกรณีอย่างนี้ เราสามารถใช้เทคนิคการจับใจความมาช่วยในการอ่านได้นะคะ นั่นก็คือใจความสำคัญของย่อหน้ามักจะอยู่ในวรรคแรก (ไม่เสมอไป แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างนั้น) เราลองมาดูกันนะคะ

MySpace

South Sudanese wept openly as they celebrated their independence Saturday, cheering, whistling and dancing down the streets in a ceremony fitting for the birth of new nation.

Main idea : South Sudanese wept openly as they celebrated their independence Saturday, cheering, whistling and dancing down the streets in a ceremony fitting for the birth of new nation.

ประชาชนชาวซูดานใต้ร้องไห้อย่างเปิดเผยขณะที่พวกเขากำลังเฉลิมฉลองวันเสาร์แห่งอิสระภาพ

weep = cry = ร้องไห้

independence = อิสรภาพ independence day คือวันแห่งอิสรภาพหรือวันชาติ

whistle = นกหวีด ผิวปาก เป่าปาก

ceremony = พิธีการ

Photobucket

“We are free at last,” some chanted, flags draped around their shoulders.

flag = ธงชาติ

free = อิสระ

“ในที่สุด พวกเราก็เป็นอิสระ” บางคนแซ่ซ้อง มีธงชาติห่มอยู่บนไหล่ของพวกเขา

<3<3<3

“No more war. We were born in the war, grew up in the war and married in war.”

war = สงคราม

born = เกิด
grow up (past = grew up) = เติบโต
marry (past = married) = แต่งงาน

“ไม่มีสงครามอีกแล้ว พวกเราเกิดมาในสงคราม โตในสงคราม และแต่งงานในสงคราม”

<3<3<3

South Sudan is among the world’s poorest, with scores who fled the long conflict coming home to a region that has not changed much over the years.

Main Idea: South Sudan is among the world’s poorest, with scores who fled the long conflict coming home to a region that has not changed much over the years.

ซูดานใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่จนที่สุด

flee (past = fled) = หนี
conflict = ความขัดแย้ง
region ภูมิภาค ดินแดน
change = เปลี่ยนแปลง

<3<3<3

The infrastructure is still lacking — with few paved roads in the new nation the size of Texas. Most villages have no electricity or running water.

Main idea: The infrastructure is still lacking — with few paved roads in the new nation the size of Texas. Most villages have no electricity or running water.
โครงสร้างพื้นฐานยังคงขาดแคลน

infrastructure = โครงสร้างพื้นฐาน เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ ถนน ฯลฯ
paved road = ถนนลาดยาง
electricity = ไฟฟ้า

<3<3<3

South Sudan sits near the bottom of most human development indices, according to the United Nations, including the highest maternal mortality and female illiteracy rates.

Main idea: South Sudan sits near the bottom of most human development indices, according to the United Nations, including the highest maternal mortality and female illiteracy rates.

ซูดานใต้อยู่เกือบที่สุดท้ายในดัชนีเรื่องการพัฒนามนุษย์

development = การพัฒนา

indices (plu. of index)= ดรรชนี
maternal = เกี่ยวกับมารดา
mortality = การเสียชีวิต
illiteracy = การไม่รู้หนังสือ (literacy = การรู้หนังสือ)

========================================================

เห็นไหมล่ะคะ ว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทุกคำในบทความเพื่อจะอ่านให้เข้าใจ เพียงแค่เรารู้จักจับใจความก็จะช่วยลดระยะเวลาได้มากค่ะ

ลองมาดูความหมายแบบเต็มๆ ข้างล่างนะคะ

MySpace

South Sudanese wept openly as they celebrated their independence Saturday, cheering, whistling and dancing down the streets in a ceremony fitting for the birth of new nation.

ประชาชนชาวซูดานใต้ร้องไห้อย่างเปิดเผยขณะที่พวกเขากำลังเฉลิมฉลองวันเสาร์แห่งอิสระภาพ โห่ร้อง เป่าปากและเต้นรำกันบนถนนในพิธีการที่จัดมาเพื่อการกำเนิดของประเทศใหม่นี้

“We are free at last,” some chanted, flags draped around their shoulders.

“ในที่สุด พวกเราก็เป็นอิสระ” บางคนแซ่ซ้อง มีธงชาติห่มอยู่บนไหล่ของพวกเขา

“No more war. We were born in the war, grew up in the war and married in war.”

“ไม่มีสงครามอีกแล้ว พวกเราเกิดมาในสงคราม โตในสงคราม และแต่งงานในสงคราม”

South Sudan is among the world’s poorest, with scores who fled the long conflict coming home to a region that has not changed much over the years.

ซูดานใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่จนที่สุด มีคนมากมายที่หนีความขัดแย้งอันยาวนานไปและกลับมาสู่บ้านเกิดในดินแดนที่ไม่เปลี่ยนไปเลยในระยะเวลาหลายปี(ที่ผ่านมา)

The infrastructure is still lacking — with few paved roads in the new nation the size of Texas. Most villages have no electricity or running water.

โครงสร้างพื้นฐานยังคงขาดแคลน มีถนนลาดยางจำนวนน้อยในประเทศใหม่นี้ซึ่งมีขนาดพอๆกับรัฐเท็กซัส หมู่บ้านส่วนใหญ่ยังไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำประปาใช้.

South Sudan sits near the bottom of most human development indices, according to the United Nations, including the highest maternal mortality and female illiteracy rates.

ซูดานใต้อยู่เกือบที่สุดท้ายในดัชนีเรื่องการพัฒนามนุษย์จากองค์การสหประชาชาติ รวมทั้งอัตราการตายของมารดา(จากการคลอดบุตร) และสตรีที่ไม่รู้หนังสือ

Full news can be read at: http://edition.cnn.com/2011/WORLD/africa/07/09/sudan.new.nation/index.html?eref=edition

Been there, done that. ไปมาแล้ว ทำมาแล้ว

Been there, done that.

 

Photobucket

วันนี้กำลังเล่นทวิตเตอร์เพลินๆ เพื่อนก็ส่งกลับมาว่า “Been there, done that.” ก็เลยคิดว่า สำนวนนี้ก็น่าสนใจดีนะ

เรื่องมันมีอยู่ว่าเรากำลังเม้าธ์แตกเรื่องดารากัน เพื่อนคนนี้ที่ชื่อ (สมมติ) Winnie ก็พูดขึ้นมาว่า

Winnie: #youknowtheycheating when their DP is not their bias LOL

ก่อนอื่นเราต้องมาแปลอังกฤษเป็นอังกฤษกันก่อน (ฮาาา) เพราะเวลาพิมพ์ในทวิตเตอร์เรามักจะย่อทุกอย่างให้สั้นที่สุดเสมอ (ขี้เกียจนั่นเอง แฮ่)

Winnie: You know they are cheating when their display picture is not their bias ha ha ha.

DP ย่อมาจาก Display Picture หรือรูปแสดงตัวผู้แชท

LOL ย่อมาจาก Laugh Out Loud หรือการหัวเราะดังๆนั่นเอง ซึ่งตัวย่อตัวนี้ถูกบันทึกลงในดิกชันนารีเรียบร้อยแล้วนะคะ ไม่ใช่ภาษาวิบัติอีกต่อไป

bias หมายถึงการลำเอียง ในที่นี่ก็คือ คนที่เราชอบเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นนั่นเอง

เราจึงแปลได้ว่า วินนี่กำลังพูดว่า

“คุณจะรู้ได้ว่าพวกเขากำลังนอกใจก็ต่อเมื่อรูปแทนตัวพวกเขาไม่ใช่คน(ที่เขายืนยันว่า)ชอบเป็นพิเศษ ฮ่าๆๆๆ”

Me: You included?

แปลจากอังกฤษเป็นอังกฤษกันก่อน เต็มๆ มันควรจะพูดว่า “You are included (in such people)?

เธอก็ถูกรวม(อยู่ในกลุ่มคนพวกนั้น)ด้วยหรือเปล่า? หรืออีกแง่หนึ่งก็คือ เธอก็นอกใจด้วยใช่ไหมล่ะ

Winnie: “Been there and done that.”

ถ้าเราแปลสำนวนนี้ตามตัวก็จะได้ว่า “เคยไปที่นั่นแล้วก็ทำมาแล้ว” ซึ่งก็หมาย แน่นอนฉันเคยทำอย่างนั้น

ส่วนใหญ่สำนวน Been there and done that จะใช้เพื่อแสดงว่า เคยทำในสิ่งที่เป็นหัวข้อในการสนทนากันอยู่ (อาจจะบ่อยจนชินหรือเบื่อแล้ว)

เช่น

“Have you ever been stressed that you wanna scream your head off?”

wanna เป็นภาำษาพูด ย่อมาจาก want to ซึ่งแปลว่าต้องการ

scream one’s head off เป็นสำนวนแสลง ซึ่งแปลว่ากรี๊ดให้หัวหลุด

ประโยคนี้จึงถามว่า “คุณเคยเครียดจนอยากกรี๊ดให้ดังๆบ้างไหม?

“ฺำBeen there and done that.”

“เป็นบ่อยไป”

ตอบคำถามเกี่ยวกับทุน

วันและเวลาเรียนที่เป็นทางการยังไม่ประกาศนะคะ แต่โดยประมาณจะเป็นจันทร์และพุธ หรืออังคารและศุกร์ (ขึ้นอยู่กับรายวิชา) เวลา 16-18 น. โดยผู้สมัครอาจระบุวันที่สะดวกไว้ตอนท้ายของใบสมัครค่ะ)

จีน: เสรีภาพในความเป็นคอมมิวนิสต์

Photobucket Photobucket

ภาพหลังของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่หรือที่คนไทยเรียกติดปากกันว่าจีนแดงนั้น คือประเทศคอมมิวนิสต์ที่ยังไม่พัฒนา ผู้คนที่แต่งกายเหมือนๆกัน

แต่เวลาที่ผันผ่านไป ภาพลักษณ์เหล่านั้นยังตรงกับสภาพปัจจุบันหรือไม่?

คอมมิวนิสต์คือระบอบที่ยึดถือความเท่าเทียมกันของทุกคน โดยหน้าที่ของแต่ละคนจะถูกกำหนดไว้แล้ว คุณเป็นเกษตรกร คุณเป็นทหาร โดยไม่มีสิทธิ์เลือก ซึ่งนั่นเป็นที่มาของภาพลักษณ์ดังกล่าว

ทว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก การพัฒนาของการศึกษา เสรีภาพและเทคโนโลยี ทำให้การกักขังตัวเองอยู่ในความเป็นคอมมิวนิสต์เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

ในหลายๆ แง่มุม ชาวจีนมีเสรีภาพไม่ด้อยไปกว่าชาติใดๆ ทุกคนมีสิทธิเลือกการศึกษาและอาชีพ วิถีชีวิต การสะสมทรัพย์ การเลือกตั้งหรือแม้แต่สหภาพแรงงาน แต่ขณะเดียวกันประเทศจีนยังคงดำเนินไปใต้แนวความคิดของคอมมิวนิสต์ ซึ่งสะท้อนจากสิทธิการถือครองที่ดิน ระบบฮู่โข่ว การแทรกแทรงสื่อ สิทธิในการประท้วง และที่สำคัญพรรคคอมมิวนิสต์ที่เป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ

อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงยังคงดำเนินไปอย่างรวดเร็วในประเทศจีน และความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก ด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจและการค้าที่ในกุมมือแห่งแดนมังกร…จีน

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

กู้กง…พระราชวังต้องห้ามที่ใครๆก็เข้าได้ ^^;;; (2) – การเดินทาง

Photobucket

เอ็นทรี่ที่แล้วเราก็ได้รับรู้ข้อมูลทั่วไป รวมทั้งประวัติของกู้กงกันไปแล้วนะคะ คราวนี้เราจะมาว่ากันถึงวิธีการเดินทางไปกู้กงกันบ้างค่ะ

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า ถ้าเราจะใช้ภาษาจีนในการถามทางไปกู้กง จะต้องพูดว่าอะไรกันบ้าง

A: 请问, 故宫怎么去啊?

B: 去故宫很容易。你坐地铁去吧。大学前面有五号线地铁站。你去那儿上车。到了东单站换到一号线。你可以在天安门东或者天安门西站下车。从地铁站出来就到故宫。

A: 谢谢哦~

B: 不谢!

===============================

คำอธิบาย

A: 请问, 故宫怎么去啊?

Qing3 wen4, Gu4 Gong1 zen3 me qu a?

ฉิ่งเวิ่น กู้กงเจิ่นเมอชวู่อา?

ขอถามหน่อยนะคะ กู้กงไปยังไงคะ

B: 去故宫很容易。你坐地铁去吧。大学前面有五号线地铁站。你去那儿上车。到了东单站换到一号线。你可以在天安门东或者天安门西站下车。从地铁站出来就到故宫。

Qu4 Gu4 Gong1 hen3 rong2 yi4. Ni3 zuo4 di4 tie3 qu4 ba. Da4 xue2 qian2 mian4 you3 wu3 hao4 xian4 di4 tie3 zhan4. Ni3 qu4 nar4 shang4 che1. dao4 le Dong1 Dan1 zhan4 huan4 dao4 yi1 hao4 xian4. Ni3 ke2 yi3 zai4 Tian1 An1 Men2 dong1 huo4 zhe3 Tian1 An1 Men2 xi1 xia4 che1. Cong2 di4 tie3 zhan4 chu1 lai2 jiu4 dao4 Gu4 Gong1.

ชวู่กู้กงเหิ่นหรงอี้ หนี่จั้วตี้เถี่ยชวู่ปะ ต้าเสวเฉียนเมี่ยนโหย่วอู่ห้าวเซี่ยนตี้เถี่ยจร้าน หนี่ชวู่น่ารฺซร่างเชรอ เต้าเลอตงตันจร้านฮว่านเต้าอีห้าวเซี่ยน หนี่เขออี่จ้ายเทียนอันเหมอนตงฮั่วเจรอะเทียนอันเหมินซีจร้ายเซี่ยเชรอ ฉงตี้เถี่ยจร้านชูหลายจิ้วเต้ากู้กง

ไปกู้กงง่ายมาก หน้ามหาลัยจะมีสถานีรถใต้ดินสายห้า คุณไปขึ้นรถที่นั่น ถึงสถานีตงตันก็เปลี่ยนไปสายหนึ่ง คุณจะลงที่สถานีเทียนอันเหมินตะวันออกหรือเทียนอันเหมินตะวันตกก็ได้ ออกมาจากสถานีก็จะเป็นกู้กง

A: 谢谢哦~

Xie4 xie o~

เซี่ยะเซียะออ

ขอบคุณค่ะ

B: 不谢!

Bu2 xie4!

ปู๋เซี่ยะ

ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ / ไม่เป็นไรครับ

===================================================================================

ไม่ยากใช่ไหมล่ะคะ เพราะภาระหนักใจไปตกอยู่กับคนที่ต้องบอกทางให้เราต่างหาก ฮ่าาาาาา (คลิกที่รูป และคลิก Zoom In อีกครั้ง เพื่อดูแผนที่ชัดๆนะคะ)

Photobucket

ได้เวลาเดินทางกันแล้ว ก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ ไม่เหนื่อยด้วยถ้าบังเอิญได้ที่นั่งนะคะ ปัญหาจะไปอยู่สถานีตงตันซึ่งเป็นสถานีที่เราต้องเปลี่ยนรถ (สถานีที่สามารถเปลี่ยนรถได้นี่เราจะเรียกว่า 换乘车站 huan4 cheng2 che1 zhan4 ฮวั่นเฉริงเชรอจร้าน) เพราะจะต้องเดิน(ไม่)หน่อย สำหรับรถสายหนึ่งสัญลักษณ์มักจะเป็นสีแดงนะคะ เราก็ดูป้ายแล้วก็เดินตามๆไป สถานีและรถสายหนึ่งจะเก่าหน่อยเพราะเป็นสายแรกที่ถูกสร้างขึ้นมา เวลายืนรอรถก็ต้องระวังนะคะ เพราะไม่มีราวกั้น และรถสายนี้ก็มักจะอัดแน่นอยู่เสมอเพราะเป็นสายที่วิ่งผ่านใจกลางเมืองรวมทั้งย่านธุรกิจและสถานที่สำคัญทั้งหลายบนถนนฉางอัน (长安街 Chang2 An1 Jie1 ฉรางอันเจีย)

พอออกมาจากสถานี ก็ต้องไปดูแผนที่ทางออกหน่อยนะคะ เพราะทางออกจะพาเราไปคนล่ะด้านของถนน ซึ่งถ้าออกผิดทางเราก็จะโผล่ขึ้นไปเจอจตุรัสเทียนอันเหมิน แต่ก็ไม่ยากค่ะ เดินลงมาแล้วเลือกทางออกอีกทางก็พอ

Photobucket

Photobucket

โผล่ขึ้นมาได้ก็จะเจอกู้กงเลยค่ะ ไม่ค่อยแนะนำให้ไปในฤดูร้อนนะคะ เพราะอากาศจะร้อนจริงจังแล้วก็หาร่มเงาหลบยากค่ะ

ไปถึงก็เข้าแถวเพื่อเข้าประตูไปสู่ตัวกู้กงโดยใช้ประตูด้านทิศใต้หรืออู่เหมิน สัญลักษณ์ที่เห็นได้ชัดก็คือรูปเหมาเจ๋อตุงขนาดใหญ่มากซึ่งใครไปใครมาก็ต้องถ่ายไว้เป็นที่ระลึก ข้อดีอย่างหนึ่งของการมากู้กงคือไม่มีค่าผ่านประตูค่ะ แต่คนจะเยอะมาก ก็ต้องคอยระวังกระเป๋านะคะ

เดินเข้าไปด่านแรกก็จะเจอ ร้านขายของที่ระลึก แต่ด้านหน้าร้านก็จะมีคนขายของมาเสนอขายของที่ระลึกให้ แรกๆจะบอกราคานู่นค่ะห้าสิบหยวน แต่พอเราไม่เอาก็ลดเหลือสิบหยวนเองพร้อมแถมนู่นี่ให้มากมาย ใครอยากได้ก็ซื้อเลยค่ะ ค่อนข้างคุ้ม
Photobucket
ครั้งแรกที่ไป (ปี 2006) แอบตกใจเล็กน้อยค่ะ เพราะเข้าไปในพระราชวังจีน แต่กลับไปเจอร้าน Starbucks ตั้งตระหง่านอยู่ รู้สึกมันขัดตาพิกล 4 ปีผ่านไปคราวนี้ Starbucks หายไปแล้วค่ะ กลายเป็นร้านกาแฟของจีน ได้ข่าวว่าถูกคนจีนประท้วงกับความไม่เข้าที่เข้าทางของร้าน จนต้องปิดไปในปี 2007

Photobucket

ผ่านเข้าไปคราวนี้ก็ก็เป็นพระราชวังซึ่งแบ่งออกเป็นหลายชั้นมากกกกก และต้องสารภาพว่าเดินไม่หมดค่ะ มันเยอะจริงๆ ไอ้เรามันก็ผ๊อมมผอม =__=;;; ส่วนข้างในมีอะไรยังไง คิดว่าคงหาอ่านได้ไม่ยากนะคะ เพราะรายละเอียดมันเยอะจริงๆ (ฮ่าาาาาา)

เอาเป็นว่าแนะนำเฉพาะเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยการเดินทางแล้วก็ประวัติที่เล่าคร่าวๆไปในคราวที่แล้วพอนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ แต่ถ้าขี้เกียจหาอ่านยังไงค่อยบอกแล้วกันนะคะจะได้ลงให้

拜拜~
Photobucket

Photobucket

กู้กง…พระราชวังต้องห้ามที่ใครๆก็เข้าได้ ^^;;; (1)

สถานที่ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองปักกิ่งคงไม่พ้น พระราชวังต้องห้ามหรือที่มักเรียกติดปากกันว่า

กู้กง (古宫 Gu4 Gong1)

Photobucket

รู้กันหรือเปล่าเอ่ย ว่าตัวเมืองปักกิ่งมีถนนเป็นวงแหวนซ้อนกันเป็นชั้นๆไปถึง 7 ชั้น โดยที่ส่วนที่เป็นเมืองจริงๆจะอยู่ในวงแหวนรอบที่ห้า

ส่วนกู้กงนั้นถือว่าตั้งอยู่ในกลางของเมืองปักกิ่งหรือวงแหวนรอบที่หนึ่ง (ซึ่งในปััจจุบันถนนที่เคยเรียกว่าวงแหวนรอบที่หนึ่งนั้นไม่มีแล้ว จะเหลือก็แต่รถใต้ดินสายที่หนึ่งแทน)

Photobucket

กู้กงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจตุรัสเทียนอันเหมิน(天安门广场 tian1 an2 men2 guang2 chang3 เทียนอันเหมินกว๋างฉ่าง)และทางทิศใต้ของสวนจิ่งซราน (景山公园 jing3 shan1 gong1 yuan2 จิ่งซรานกงหยวน)และถือว่าเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยครอบคลุมพื้นที่ถึง 720,000 ตารางเมตร

กู้กงถูสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิหย่งเล่อ (永乐 Yong3 Le4) ซึ่งเป็นผู้ย้ายเมืองหลวงจากหนานจิง (南京 Nan2 Jing2) มายังปักกิ่งจนถึงทุกวันนี้ ในสมัยราชวงศ์หมิง (明朝 Ming2 chao2 หมิงเฉรา) โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างนานถึง 15 ปีและใช้แรงงานนับล้านคนและศิลปินอีกแสนคน  กู้กงเป็นศูนย์กลางทางการเมืองของจีนมาจนถึงรัชสมัยของจักรพรรดิคังเต๋อ (康德皇帝 Kang1 De2 Huang2 Di4 คังเต๋อหวังตี้) จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง (清朝 Qing1 Chao2 ชิงเฉรา) หรือราชวงศ์แมนจู ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายก่อนประเทศจีนจะเข้าสู่ระบบคอมมิวนิสต์ รวมระยะเวลาได้เกือบ 500 ปีเลยทีเดียว

กู้กงถูกเรียกว่าพระราชวังต้องห้ามก็เพราะว่าตัวพระราชวังถูกล้อมรอบด้วยกำแพง และที่ต้องมีกำแพงก็เนื่องจากว่า ภายในราชวังนั้นมีส่วนที่เป็นศาลตัดสินคดีความซึ่งบางครั้งอาจสร้างความวุ่นวายและการประท้วงได้ ซึ่งในราชวงศ์ชิงเคยมีความต้องการจะเอากำแพงออกเพราะจักรพรรดิรู้สึกว่าทำให้อึดอัดแต่ก็ไม่สำเร็จ

Photobucket

จากภาพ เราจะสังเกตได้ว่าหลังคาทั้งหมดเป็นสีเหลืองส่วนตัวอาคารนั้นจะเป็นสีแดง ซึ่งนี่เป็นสีบอกฐานะของสิ่งก่อสร้าง โดยสีเหลืองนั้นเป็นสีสำหรับจักรพรรดิ ส่วนสีแดงจะสงวนไว้สำหรับสิ่งก่อสร้างที่มีฐานะสูงสุดทางศาสนา

Photobucket

ประตูทางเข้าหลักของกู้กงคือประตูทางทิศใต้ที่อยู่ตรงข้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมือนซึ่งมีชื่อว่า อู่เหมิน สัญลักษณ์ประจำประตูนี้ที่เห็นได้ชัดคือรูปของเหมาเจ๋อตงขนาดใหญ่นั่นเอง ผู้เข้าชมสามารถเดินเข้าทางประตูทิศใต้ ทะลุส่วนต่างๆของพระราชวังจนถึงประตูทิศเหนือที่นำไปสู่จิ่งซราน ซึ่งหากเราขึ้นไปก็จะเห็นวิวมุมสูงของกู้กงทั้งหมด

Photobucket

 

สวยใช่ไหมล่ะคะ? จบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกู้กงไปแล้ว เอ็นทรี่หน้า จะมาเล่าทริปไปกู้กงกับครูพี่เนมและแนะนำภาษาจีนง่ายๆไว้ถามทางไปกู้กงกันค่ะ
Photobucket