ภาษาญี่ปุ่นสำคัญอย่างไร


“ปัจจุบันมีผู้ใช้ภาษาญี่ปุ่นทั่วโลก 130 ล้านคน ซึ่งนอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว

รัฐอังกาอูร์ สาธารณรัฐปาเลา ได้กำหนดให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาทางการภาษาหนึ่ง

นอกจากนี้ภาษาญี่ปุ่นยังถูกใช้ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่นอกประเทศ

นักวิจัยญี่ปุ่น และนักธุรกิจต่าง ๆ”

             ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจแดนซามูไร เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ จากประเทศเกษตรกรรมอันกว้างใหญ่เป็นผู้ส่งออกเหล็ก และรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกเพียงแค่ภายในสองทศวรรษ (1953-1973) ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจถึงองค์ประกอบที่เป็นส่วนผลักดันให้หมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วคน

เหตุไฉนภาษาญี่ปุ่นจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

             ภาษาญี่ปุ่นได้รับความสนใจตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1800 และเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเฟื่องฟูในทศวรรษ 1980 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัฒนธรรมป๊อปปูล่าของญี่ปุ่น (เช่น อะนิเมะ และ วิดีโอเกม) กำลังแพร่หลายไปทั่วโลกตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ใน ค.ศ. 2003

มหาวิทยาลัยจำนวนมากทั่วโลกมีการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนประถมบางแห่งที่สอนภาษาญี่ปุ่นด้วย มีผู้ศึกษาภาษาญี่ปุ่นอยู่ทั้งหมด 2.3 ล้านคนทั่วโลก  นอกจากนี้ รัฐท้องถิ่นและกลุ่มองค์กรไม่หวังผลกำไรยังสนับสนุนให้มีการเรียนภาษาญี่ปุ่นฟรีสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ รวมถึงชาวบราซิล-ญี่ปุ่น และชาวต่างชาติที่โอนสัญชาติเป็นญี่ปุ่นด้วย

โอกาสครั้งสำคัญสำหรับการปูทางสู่อนาคตในหน้าที่การงานมาถึง

             ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเจรจาทำข้อตกลง EPA กับ ประเทศญี่ปุ่น หรือเรียกว่าความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น (Japan – Thailand Economic Partnership Agreement) หรือ JTEPA

EPA คืออะไร

             ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ (Economic Partnership Agreement: EPA) มีลักษณะนำคล้ายกับ ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement, FTA) กล่าวคือ นอกเหนือจากการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่อยู่ในเอฟทีเอทั่วไปแล้ว ยังได้รวมความร่วมมือในสาขาต่างๆ ถือได้ว่าความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจนั้นกินความกว้างขวาง และลึกซึ้งกว่าเขตการค้าเสรี หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น FTA plus นั่นหมายถึงการเปิดเสรีที่เพิ่มมากกว่าการเปิดเสรีการค้าทั่วไป

คติพจน์ที่ใช้ได้ผลอยู่เสมอ

“เราต้องเป็นผู้ไขว่คว้าหาโอกาสด้วยตนเอง ไม่ใช่รอให้โอกาสเดินมาหาเรา”


จดหมายจากแดนปลาดิบ

こんばんは、

ボウさんへ、

最近、暑くなりました。日本の夏はタイとほぼ同じなので、平気だと思います。
タイでは相変わらず暑いですね。体には気をつけてくださいね。

先週は夏休みを始まったばかりだが、どこに行く予定がなくて、つまらなくなりそうな夏休みです。
できれば、きたいですが、急にバイトが行かせて、何処も行けません。
ボウさんはどうですか?いつ日本来る予定がありますか?あったら、来る前に私に連絡していただけませんか?時間があったら、
一緒にどっかに遊びましょう。返事待っています。

一緒に遊ぼう!!!!

ピジット

สวัสดีตอนเย็น

ถึง โบ

ช่วงนี้ อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หน้าร้อนที่ญี่ปุ่นเหมือนๆกับไทยเลย ก็เลยไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ ที่ไทยน่ะยังไงก็ร้อนเสมอล่ะเนอะ เพราะงั้นก็รักษาสุขภาพด้วยนะ

ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะไปเที่ยวที่จังหวัดฟุคุโอกะ แต่ว่ามีงานพิเศษเข้ามา ก็เลยไปเที่ยวที่ไหนไม่ได้

โบล่ะเป็นยังไงบ้าง เมื่อไหร่จะมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นบ้าง ถ้าเกิดว่ามาก็ช่วยบอกฉันก่อนมาด้วยนะ ถ้ามีเวลาล่ะก็ จะได้ไปเที่ยวกัน จะรอฟังคำตอบนะ

ไปเที่ยวด้วยกันเถอะ!

Pisit

นี่คือจดหมายจากเพื่อนที่ไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

โดยมากแล้วคนญี่ปุ่นจะเริ่มต้นการทักทายด้ยวการพูดคุยถึงสภาพอากาศก่อน ฟังแล้วก็คล้ายๆกับคนไทยที่ชอบทักทายกันว่า “ทานข้าวรึยัง” จากนั้นถึงสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
คำลงท้ายจดหมายนั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือคำพูดลงท้ายที่แสดงความคาดหวังว่าฝ่ายผู้รับจดหมายจะตอบจดหมายกลับมา เช่น “จะรอจดหมายนะ” “จะรอคำตอบนะ”
ไม่อยากเลยใช่ไหมค่ะ สำหรับการเขียนจดหมายสไตล์ญี่ปุ่น (^ O ^)b

แนะนำตัวง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น

พื้นฐานของพื้นฐานเมื่อเริ่มบทสนทนา

คือ “การแนะนำตัวและทำความรู้จักคู่สนทนา” นั่นเอง

วัฒนธรรมการทำความรู้จักของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นยังไง

MySpace

แน่นอนว่าแต่ละชาติย่อมมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของตัวเอง

วิธีการแนะนำตัวของชาวญี่ปุ่นย่อมต้องแตกต่างจากคนไทยแน่นอน

สิ่งสำคัญในการทำความรู้จัก

หากเป็นคนไทย คือ “การไหว้”

แล้วถ้าเป็นคนญี่ปุ่น คือ “การโค้งให้กัน” นั่นเอง

การแนะนำตัวของคนญี่ปุ่นนั่นแตกต่างจากคนไทยอยู่สักหน่อย

เราไปดูกันดีกว่า่ว่าเขาทำกันอย่างไรบ้าง

ขั้นแรก แนะนำตัว

はじめまして อ่านว่า hajimemashite / ฮาจิเมะมาชิเตะ

แปลว่า ยินดีที่ได้รู้จัก

わたしは … (ตรงนี้ให้เติมชื่อของเราเข้าไป) です。อ่านว่า watashi wa …. desu / วาตาชิ วะ… เดสุ

แปล ฉันชื่อ…

มาสเต็ปที่ 2 การโค้งพร้อมกับประโยคตบท้าย

どうぞ よろしく おねがいいたします。อ่านว่า  douzo yoroshiku onegaioitashimasu โดโซะ โยโรชิกุ โอเนไง อิตาชิ มัส

แปลว่า ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย

ตัวอย่างๆ

はじめまして わたしは勝です。 どうそ よろしく おねがいいたします。

hajimemashite / ฮาจิเมะมาชิเตะ

 watashi wa shou desu / วาตาชิ วะ โช เดสุ

douzo yoroshiku onegaioitashimasu / โดโซะ โยโรชิกุ โอเนไง อิตาชิ มัส (โค้งตอนจบประโยค)

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อโชค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักและฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

MySpace

 

ทีเด็ด คำสแลง 1

ขึ้นชื่อว่าภาษา ไม่ว่าจะภาษาไหนๆ ก็ต้องมีคำศัพท์ใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ

โดยเฉพาะคำศัพท์ที่ใช้ในหมู่วัยรุ่น ที่เรียกกันว่าคำสแลง

ซึ่งบางครั้งจะมีคำบางคำที่ใช้กันเป็นที่แพร่หลาย หรือเรียกว่าฮิตติดปากก็ว่าได้

ทีนี้ เรามาดูกันดีกว่า ว่าภาษาญี่ปุ่นมีคำไหนกันบ้าง

MySpace

ラブラブ อ่านว่า raburabu (ราบุราบุ)

ความหมายคือ สวีต หวานชื่น

มาจากคำว่า LOVE LOVE

คำเตือน คำำคำเหมาะสำหรับคนที่มีแฟนแล้ว หากนำมาใช้บ่อยๆ ให้คนที่ีโดดเดี่ยวไร้คู่ เปล่าเปลี่ยวเอกาได้ยินเข้า

ระวัง อาจจะโดนสายตาพิฆาตในระยะประชิดเอาได้

มาดูกันดีกว่า เมื่อนำมาใส่ในประโยคแล้วจะเป็นอย่างไร

MySpace

ラブラブチョコができました。

อ่านว่า raburabu choko ga dekimashita (ราบุราบุ ช็อกโกะ กะ เดคิมาชิตะ)

ก่อนที่จะแปลความหมาย เราจำเป็นต้องรู้คำศัพท์ที่จำเป็นซะก่อน

คำศัพท์

ラブラブ  (raburabu / ราบุราบุ) ความหมายคือ สวีต หวานชื่น

チョコ (choko / ช็อกโกะ)  หรือ ช็อกโก ย่อมาจากคำว่า チョコレート (chokoreito / ช็อกโกเรโตะ) ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแล็ต

できました (dekita / เดคิตะ) มีความหมายว่า สำเร็จเรียบร้อย

หากนำมารวมกันแล้วแปลตรงๆ คือ

“ทำช็อกโกแล็ตสวีตเสร็จแล้ว”

ซึ่งแน่นอนว่า อ่านแล้วต้องเกิดอาการงงและหัวหมุนไปหลายตลบแน่นอน

เพราะที่จริงแล้วต้องแปลว่า

“ทำช็อกโกแล็ตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก(ที่แสนหวานชื่น)เสร็จแล้วล่ะ”

ประโยคนี้ หากลองอ่านแล้ว จะนึกภาพถึง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังพยายามทำช็อกโกแล็ตให้แฟนหนุ่ม

ซึ่งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะสำเร็จ

ラブラブ ในประโยคนี้จึงหมายถึง ความรักที่มีอยู่อย่างท่วมท้นของเธอที่มีต่อแฟนหนุ่มนั่นเอง