ไปกินอาหารเกาหลีกันเถอะ

สวัสดีค่ะ ใกล้ปิดเทอมกันแล้วใช่ไหมเอ่ย สัปดาห์หน้าสอบก็ขอให้ได้ 4 ทุกคนนะคะ

เนื่องจากว่าปักกิ่งก็ห่างจากเกาหลีไม่ไกลและมีชาวเกาหลีอาศัยอยู่เยอะมากกกกกก ทำให้มีร้านอาหารเกาหลีอยู่ชุกชุม เหมือนกับอาหารอีสานในพัทลุงกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เราทำความรู้จักกับอาหารเกาหลีในภาษาจีนกันดีกว่าค่ะ

อาหารเกาหลี 韩国菜

อย่างแรกคงไม่พ้น เนื้อย่าง เราเรียกว่่า 烤肉 เข่าโร่ว

25560302-211306.jpg

มีเนื้อย่างก็ต้องมีสารพัดกิมจิฟรี กิมจิเรียกว่า เผ่าไช่ 泡菜

ส่วนหมูสามชั้นที่เห็นเรียกว่า อู่ฮวาโร่ว 五花肉

พิบิมบับ เรียกว่า ปั้นฟั่น 拌饭

พาจอน หรือพิซซ่าเกาหลี เรียกว่า ชงโหยวปิ่ง 葱油饼

25560302-213213.jpg
ต็อกบกกี้ เรียกว่า สร่าวเหนียนเกา 烧年糕

ต่อมาสุดยอดแห่งความอร่อย ซุปกระดูกหมูกัมจาทัง เรียกว่า จูกู่ทาง 猪骨汤

และซุปไก่ตุ๋นโสมซัมเกทัง เรียกว่า ชานจีทัง 参鸡汤

Chaoyang Park สวนสวยๆ กลางเมืองปักกิ่ง (2)

คราวที่แล้วให้ชมบรรยายช่วงปลายฤดูหนาวนะคะ คราวนี้มาดูบรรยากาศช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันบ้างค่ะ ในสวนนี้ก็จะมีต้นเมเปิลอยู่มากมายค่ะ เพราะฉะนั้นสีสันจะสดใสมาก

SAM_5111a

秋天 ชิวเทียน ฤดูใบไม้ร่วง

SAM_5114ab

SAM_5122a

枫叶เฟิงเย่ ใบเมเปิ้ล

SAM_5192a

SAM_5195a

SAM_5196a

SAM_5199

SAM_5223a

SAM_5224a

SAM_5242a

SAM_5245a

SAM_5259a

SAM_5261a

SAM_5286a

SAM_5288a

SAM_5294

荷花湖: 荷花(เหอฮวา ดอกบัว) 湖 (หู ทะเลสาบ)

Chaoyang Park สวนสวยๆ กลางเมืองปักกิ่ง (1)

วันนี้จะพาไปชมสวนสวยๆ กลางปักกิ่งกันค่ะ

คำว่า เฉาหยาง 潮阳 เป็นชื่อเขตเขตหนึ่งทางตะวันออกของปักกิ่งค่ะ ซึ่งถือเป็นโซนการเงินของธุรกิจค่ะ แถบนี้ก็จะมีโรงแรมหรูๆ มากมายตั้งอยู่ เช่น ฮิลตัน เวสติน ถ้าจะมาโดยรถใต้ดินก็ลงที่ซานหยวนเฉียว (三元桥)ค่ะ แต่ต้องต่อแท็กซึ่ หรือไม่ก็รถเมล์ค่ะ เอาเป็นว่าตั้งต้นกันที่รถเมล์ป้ายซานหยวนเฉียวแล้วกันนะคะ (ถ้าลงรถใต้ดินแล้วก็ ต่อสาย 536 มา 1 ป้าย) หาดีๆนา เพราะเจ้าสะพานซานหยวนนี่มันใหญ่ยักษ์มาก ป้ายรถเมล์แถวนั้นตรึม

จากซานหยวนเฉียวก็รอรถเมล์สาย 985 หรือ 419  นั่งมาประมาณ 4-5 ป้ายก็จะถึงป้าย เฉาหยางกงหยวนซีเหมิน 潮阳公园西门站

            (公园 gong1 yuan2   กงหยวน  สวนสาธารณะ

            西     xi1                       ซี               ทิศตะวันตก

门     men2                  เหมิน        ประตู

               站     zhan4                 จร้าน        ป้าย สถานี)

ประตูทิศใต้

ประตูทิศใต้

ซื้อตั้วเข้าไปเลยค่ะ ตั๋วผ่านประตู (门票  men2 piao4) ก็ไม่แพงค่ะ ประมาณ 5 หยวน (ถ้าจำไม่ผิด) คนก็ไม่เยอะค่ะ เดินได็สบาย อย่าไปค่ำแล้วกัน เพราะเปลี่ยวค่ะ สัก 6 โมงก็เริ่มน่ากลัวแล้วค่ะ

สวนนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่มากค่ะ แบ่งเป็นหลายโซน โซนน้ำก็จะมีเรือปั่นให้เช่า ร้านอาหาร สวนสนุก ระหว่างทางก็จะมีสถาปัตยกรรมสวยๆให้ถ่ายรูป และที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันวอลเลบอลชายหาดในการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่งด้วยค่ะ ผู้คนก็จะมีตั้งแต่ลูกเด็กเล็กแดงไปจนกระทั่งคนแก่เดินไปมา และเพราะว่าที่นี่มีสถานที่จัดงานแต่งงานด้วย ก็จะเห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายคู่ใส่ชุดแต่งงานมาถ่ายรูปกันค่ะ

คราวนี้พาไปดูเวอร์ชั่นปลายฤดูหนาวก่อนนะคะ

http://gbtimes.com/travel/news/beijings-park-life-chaoyang-park

婚礼堂 ฮุนหลี่ถาง ห้องโถงจัดงานแต่งงาน

婚礼堂 ฮุนหลี่ถาง ห้องโถงจัดงานแต่งงาน

1_chaoyang_park_s_art_square

http://kempinskihotellufthansa.com/chaoyang-park-2/

02

滨水之舟ปินสรุ่ยจรือโจว ท่าเรือริมน้ำ: ตรงนี้สามารถเดินชมวิว หรือจะเช่าจักรยานหรือเรือปั่นก็ได้ค่ะ

滨水之舟ปินสรุ่ยจรือโจว ท่าเรือริมน้ำ: ตรงนี้สามารถเดินชมวิว หรือจะเช่าจักรยานหรือเรือปั่นก็ได้ค่ะ

18

04

中心岛剧场 จรงซินเต่าจวี๋ฉ่าง โรงละครกลางเกาะ

中心岛剧场 จรงซินเต่าจวี๋ฉ่าง โรงละครกลางเกาะ

06

07

08

09

10

คติโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 同一个世界同一个梦想 Tóng yīgè shìjiè tóng yīgè mèngxiǎng โลกเดียวกัน ความฝันเดียวกัน

11

卧龙叠水 ว่อหลงเตี๋ยสรุ่ย น้ำตกหลายชั้นรูปมังกร

12

13

中泰友谊亭 จรงไท่โหย่วอี้ถิง ศาลามิตรภาพไทยจีน

中泰友谊亭 จรงไท่โหย่วอี้ถิง ศาลามิตรภาพไทยจีน

15

16 17

Credit: sun-park.com (บางรูปมาจากเว็บนี้ค่ะ)

The Venetian….the Timeless Land

Talking about Macao, the first thing that surely comes to our mind is casino. It is sometimes called the Casino heaven or Vegas of Asia.

พูดถึงมาเก๊า สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงก็คือคาสิโน บางครั้งเราก็เรียกที่นี่ว่าสวรรค์ของคาสิโนหรือเวกัสแห่งเอเชีย

Macao is a VERY small island (well, actually there’s more than one island). In the past it was governed by the Portuguese Government which still left a lot of traces in Macao, be it architecture or all the signs on the streets (which gave me a lot of problems)

มาเก๊าเป็นเกาะที่เล็กมาก (ความจริงคือมีเกาะหลายเกาะ) ในอดีตเคยถูกปกครองโดยรัฐบาลโปรตุเกส ซึ่งยั้งทิ้งร่องรอยไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือป้ายต่างๆ ตามถนน (ซึ่งก่อปัญหาได้มากมาย)

Traveling from HK to Macao takes about 1 hr. The nearest harbor from our hotel is China Ferry Terminal on the Canton Road. If you start from the Star Ferry, you just need to walk up along the street, passing all the luxurious outlets of Prada, Gucci, LV and many more including the biggest malls, Harbor City and Silver Cord. Walking for 15 minutes or so you’ll be in front of the Hong Kong City building. The terminal is on the second floor.

การเดินทางจากฮ่องกงไปมาเก๊าใช้เวลา 1 ชั่วโมง ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดจากโรงแรมคือท่าเรือไชน่าเฟอรี่บนถนนแคนตั้น ถ้าคุณเริ่มเดินมาจากสตาร์เฟอรี่ ก็เดินขึ้นมาตามถนน ผ่านร้านหรูๆมากมายไม่ว่าจะเป็นปราดา กุชชี่ หลุยส์ และอื่นๆอีกมากมายรวมทั้งห้างใหญ่ๆ อย่างฮาเบอร์ซิตี้ หรือซิลเวอร์ คอร์ด เดินไปประมาณ 15 นาที คุณก็จะมาถึงตึกฮ่องกงซิตี้ ท่าเรือจะอยู่บนชั้นสอง (ขึ้นลิฟต์โลด)

cotai2

Source

There are many ferry companies available, so choose the one with the schedule that suits you. We took the Cotai since it would be leaving in 10 mins. The ferry is spacious and comfortable but the wave can cause dizziness so be prepared. We arrived at the Taipa harbor which is right next to Macao International Airport.

มีบริษัทเฟอรี่มากมายให้เลือกนะคะ ก็ลองดูตารางเวลาว่าอันไหนดีก็ไปตามนั้น วันนั้นเี่ราขึ้นโคไท เพราะว่าเรือกำลังจะออกพอดี เรือเฟอรรี่จะลำใหญ่แล้วก็นั่งสบายค่ะ แต่ใหญ่แค่ไหนเจอคลื่นเข้าไปก็โยกจนเวียนหัวเหมือนกันค่ะ เรือของโคไทจะไปจอดที่ท่าไทปาซึ่งอยู่ติดสนามบินมาเก๊า

 

cotai

Source

Coming out of the immigration, you can see all kinds of coaches lining up for you to take. All of them are free service from the casinos, so choose the casino you wanna go and hop on ^^ And even if you don’t want to visit casino, just take one because at the casino, there are many more routes to choose and all of them are FREE!!!

พออกมาจากด่าน ก็จะเจอรถบัสมากมายจอดอยู่ค่ะ ฟรีทั้งหมดเพราะล้วนเป็นบริการของคาสิโน ขึ้นยี่ห้อไหนก็ไปที่นั่นค่ะ ต่อให้ไม่อยากไปคาสิโนก็ขึ้นไปเถอะค่ะ เพราะที่คาสิโนจะมีรถฟรีบริการต่อไปยังที่หลักๆต่างๆของมาเก๊าต่อไป (สบายจัง)

4376692-Venetian_Shuttle_Concelho_de_Macau

Source

We took the blue shuttle bus of the famous Venetian. While on the coach it was nice to take a look around. We drove pass the newly built City of Dreams, the Sands Casino and just across the road is our destination the Venetian. Seeing the building in the area, I actually regret that we didn’t plan to stay a night there.

เราขึ้นรถสีน้ำเงินของเดอะเวเนเชียน ซึ่งน่าจะมีชื่อเสียงที่สุดแล้ว นั่งไปก็จะได้ชมวิว แต่ระยะทางค่อนข้างใกล้มากนะคะก็จะได้เห็น ซิตี้ ออฟ ดรีม แ้ล้วก็แซนด์คาสิโน เห็นแล้วแอบเซ็ง น่าจะนอนมาเก๊าสักคืน

The City of Drean

The City of Drean

Sands Casino

Sands Casino

At the Venetian, we were greeted with its 5 stars luxury, from the floor to the chandeliers, everything was made to lure you there in that timeless land.

The Venetian has hotel, casino, food court and shopping mall inside.

ไปถึงก็ตะลึกกับความหรูหราอลังการงานสร้างค่ะ ตั้งแต่พื้น (สามมิติ) ไปถึงแชนเดอเลีย (มากมายนับไม่ถ้วน) อยู่ในนี้เวลาหยุดนิ่งมากค่ะ ลืมทุกอย่าง

ในเวเนเชียนนี้ก็จะมีทั้ง โรงแรม คาสิโน ร้านอาหาร และห้าง(ไม่ต้องออกไปไหนกันเลยทีเดียว)

SAM_6944

SAM_6964

The Hall Way

The Hall Way

3D floor (My fav!)

3D floor (My fav!)

On the first floor is the casino where camera is prohibited. We simply walked through it because of the strong smell of cigarette (I am allergic to that ugh…). at the end of the hallway is the escalator taking us to the upper floors. Looking up at the ceiling, it is painted beautifully with many cherubs.

ชั้น 1 เป็นคาสิโนซึ่งเค้าก็ห้ามถ่ายรูป เราก็เดินผ่านคาสิโนมาเลย (ไม่เล่น เล่นไม่เป็นและจน 555) กลิ่นบุหรี่แรงมาก สุดทางก็จะมีบรรไดเลื่อนขึ้นไปชั้นสอง เงยหน้ามองเพดานก็จะเห็นภาพวาดเทพ คิวปิดทั้งหลายสวยสดงดงาม นึกถงเอแบคขึ้นมาตะหงิดๆ

SAM_6974

Cherubs!

On the second floor is the food court and shopping malls and it is the highlight of the Venetian.

First thing you must do is to look up at the ceiling. Do not mistake it as the real sky even though it looks exactly like it! We were amazed by the way they painted and the light they used to make it seem so real. Totally captivating.

บนชั้น 2 ก็มีฟู้ดคอร์ทแล้วก็ร้านค้าต่างๆ ให้ช็อป ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลย สิ่งที่ต้องทำคือเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าจำลองที่วาดได้เหมือนจริงมาก (แม่เข้าใจว่าท้องฟ้าจริง) ซึ่งท้องฟ้าที่นี่ก็เหมือนยามเย็นอ่ะค่ะกำลังดี เพลินมาก

SAM_6983

SAM_7074

 

SAM_6998

SAM_7009

SAM_7059

SAM_7080

SAM_7089

The interior is set in the beautiful Venice theme (of course Venetian). You can see the street magicians and singers. You can also take the Gondolas on the Grand Canal and listen to the beautiful music sung by the Asian-looking Gondoliers.

การตกแต่งก็จำลองเป็นธีมเวนิซเลยค่ะ เข้ากับชื่อเดอะ เวเนเชียน ตามทางเดินก็จะมีมายากลแล้วก็นักร้องมาร้องเพลงให้ฟัง ซึ่งเพราะมาก ในนันก็มีการจำลองแกรนด์คาเนล ซึ่งก็มีเรือกอนโดลาแล้วก็กอนโดเลียหน้าจีนคอยร้องเพลงขับกล่อม

SAM_6994

SAM_7056

SAM_7057

A Symphony of Lights ไม่ได้ดู ไม่ถึงฮ่องกง!!!

คราวที่แล้วรีวิวโรงแรมเป็นภาษาอังกฤษไป มีคนบอก ขี้เกียจอ่านอ่ะครู =____=;;;

ฮ่องกงประกอบไปด้วยเกาะหลายๆเกาะนะคะ เกาะหลักๆ สองเกาะคือเกาลูนและฮ่องกง โดยระหว่างทั้งสองนั้นก็คืออ่าววิกทอเรีย (Victoria Harbor) นั่นเอง

ทีนี้ทั้งสองฟากอ่าวก็เต็มไปด้วยตึกสูง (Skyscraper) มากมาย ยามค่ำคืนเมื่อมีการเปิดไฟ ก็เลยกลายเป็นวิวที่สวยงามมาก

ทางรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวจึงเกิดความคิดว่าทำไมไม่ใช้ตึกเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ล่ะ

ก็เลยเกิดเป็นโครงการ A Symphony of Lights ซึ่งก็คือการแสดงแสงสี (บนตึกต่างๆ) ประกอบเพลงพร้อมการบรรยายทั้งในภาษาจีน อังกฤษ สเปน ซึ่งใครจะไปก็ต้องเลือกวันที่เขาบรรยายภาษาที่เราเข้าใจค่ะ (ชมคลิปได้ด้านล่าง ไม่ได้ถ่ายเอง เพราะมัวแต่ถ่ายรูป แต่รู้สึกว่าน่าจะถ่ายจากอเวนิว ออฟ สตาร์ เหมือนกัน)

เราสามารถชมการแสดงนี้ได้จากฝั่งเกาลูนเป็นหลักค่ะ เพราะตึกที่ใช้แสดงจะอยู่ฝั่งฮ่องกง แถบเซ็นทรัล จุดชมการแสดงที่นิยมมากที่สุดก็คือบริเวณ อเวนิว ออฟ สตาร์ (The Avenue of Stars) ที่ย่านจิมซาจุ่ยซึ่งสามารถเดินไปได้จากที่พักโดยใช้เวลาแค่สิบนาทีค่ะ

The Avenue of Star, an ideal spot to enjoy HK night view and the famous A Symphony of Lights, is 10-15 minutes walk from the hotel.

The Avenue of Star, an ideal spot to enjoy HK night view and the famous A Symphony of Lights, is 10-15 minutes walk from the hotel.

บริเวณนี้ถูกเรียกว่าอเวนิว ออฟ สตาร์ ก็เพราะว่าบนทางเดินจะมีมีรอยฝ่ามือของๆคนดังหลายๆคน รวมไปถึงเฉินหลงด้วยค่ะ

ave

ยิงเลเซอร์โต้ตอบกันสองฝั่ง

ยิงเลเซอร์โต้ตอบกันสองฝั่ง สีเขียวคืออเวนิว ออฟ สตาร์

ave3

Hong Kong, Where to Stay?

Hong Kong is definitely another place that can’t be missed in Asia. With the GDP per capita hitting the highest ceiling, Kong Kong is well-known for its prosperity and wealth. Being called the Shopping Utopia is not exagerated. Brand name stores are on every block; from my personal experience, they are easier to find than greengrocers.

ฮ่องกงเป็นอีกที่หนึ่งในเอเชียที่ไม่ควรพลาด เกาะเล็กๆแห่งนี้มีรายได้ต่อหัวประชาชนที่สูงลิ่ว ทำให้เป็นที่รู้จักกันดีในด้านของความเจริญและความร่ำรวย และการที่ฮ่องกงถูกเรียกเป็นสวรรค์ของนักช็อปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง เราสามารถพบร้านแบรนด์เนมได้ทุกช่วงตึก ถี่ยิ่งกว่าร้านขายของชำเสียอีก

Now since majority of people are heading to HK for shopping, the ideal place to stay would be none other than in Tsim Sa Tsui on Kowloon.

ดังนั้น ในเมื่อคนส่วนใหญ่เดินทางไปฮ่องกงเพื่อการช็อป สถานที่ที่เหมาะแก่การพักที่สุดคงไม่พ้นจิมซาจุ่ยบนฝั่งเกาลูน

I chose the Imperial Hotel because its condition seemed to be acceptable with an affordable price. Actually at first I was more attracted to the Kowloon Hotel which is just across the street and boasted about its harbor view rooms. However the room size is even smaller than the already so small Imperial Hotel.

ฉันเลือกโรงแรมอิมพิเรียลเพราะว่าสภาพดูได้ที่สุดแล้วสำหรับราคาที่ไม่สูงเกินไป ตอนแรกที่จะไปความจริงเล็งโรงแรมเกาลูนซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมากกว่าเพราะว่าเห็นวิวอ่าวด้วย แต่ว่าขนาดฮ่องมันเล็กยิ่งกว่าโรงแรมอิมพิเรียลซะอีก แค่อิมพิเรียลก็ค่อนข้างอึดอัดแล้ว

Getting to the hotel is very easy. From the airport catch shuttle bus route A21 and get off at the 14th stop called Middle road. The screen on the bus will also tell you your hotel name and the stop you should to get off.

การเดินทางไปโรงแรมจากสนามบินก็ง่ายมาก แค่ขึ้นชัทเทิลบัสสาย A21 นั่งไปสิบสี่ป้าย ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็จะถึงป้าบมิดเดิลโรด ก็ลงที่ป้ายนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่สุดยอดมากคือ ระหว่างทางโปรแกรมในรถบัสจะคอยบรรยายชื่อและความสำคัญของสถานที่ต่างๆ รวมทั้งบอกชื่อโรงแรมในบริเวณแต่ละป้าย

I was a little bit surprised at first because I couldn’t find the hotel front but then it struck me, that oh-so-small door is the hotel lobby. Since the land price is so high in HK, even 5-star hotels lease their ground floor and keep only a small space as the lobby. Check out the pic below; that’s where the A21 stops and you can see the lobby is just a few steps away.

ลงรถมาถึงก็ตกใจนิดหน่อยค่ะ หันไปหันมาไม่เห็นโรงแรมทั้งๆที่ควรจะอยู่ตรงป้ายแท้ๆ แล้วก็หันไปเห็นประตูบานนึง ช็อกนิดหน่อยลอบบี้โรงแรมเล็กนิดเดียว เหตุผลก็เพราะว่าที่ดินแพงมากค่ะที่ฮ่องกง แม้แต่โรงแรมห้าดาวก็ล็อบบี้เล็กเพราะว่าพื้นที่ชั้นหนึ่งจะเปิดให้ร้านค้ามาเช่า ลองดูรูปข้างล่างนะคะ เป็นป้านรถเมล์ A21 แล้วก็จะเห็นป้านโรงแรมอยู่ใกล้ๆ (แต่ตึกทั้งตึกตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปเป็นโรงแรมหมดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นโรงแรมนี้ก็ไม่เล็กค่ะ)

A21 stop on Nathan Street

Imperial Hotel Front

We got a Deluxe Twin (23-26 m²) with city view for HK$1200 per night. My first impression was ‘this small old room costs that much?’ Yep, it was so small that it felt uncomfortable at first but after the first night I got used to it, and the window made it seem less suffocating. Despite its size, the room can amazingly fit everything you need in there – wardrobe, safe box, hairdryer, TV, fridge, electric kettle etc. I also noticed there were at least 5-6 fire sprinklers in the room.

จองได้ห้องดิลักซ์เตียงคู่มาค่ะ ขนาดประมาณ 23-26 ตร.ม. มิงเห็นวิวถนนนาธานค่ะ ตกคืนละ 4800 บาทโดยประมาณ ช่วงนั้นมันเกือบติดช่วงพีกด้วยราคาเลยสูงหน่อย ความรู้สึกแรกที่เห็นห้องคือเล็กมากกกกแต่แพ้งงแพงอ้ะ เล็กจนอึดอัดอ่ะค่ะ แต่พออยู่ไปคืนนึงก็โอเค ทนได้ อย่างน้อยพอมีหน้าต่างมันก็ไม่อึกอัดเท่าไหร่ แต่ถึงจะเล็กแต่ของใช้ก็มีครบนะคะ ตู้ผ้า ตู้เซฟ ทีวี ตู้เย็น กาน้ำร้อน พอเงยหน้าไปก็เห็นสริงเกลอร์หกเจ็ดอัน

The best thing about this hotel is location. Across the road is a shopping mall called UA i-square and Tsim Sa Tsui Subway Exit E and C1. Tsim Sa Tsui East is also one or two minutes away. The Avenue of Star and Canton Rd. which is filled with high-end brands authentic store is 10 minutes walk from the hotel. Ferry terminal to Macau is about 15 minutes walk. So basically it is located in the heart of the most fabulous zone of Hong Kong.

สิ่งที่ดีที่สุดของโรงแรมนี้ก็ไม่พ้นสถานที่ตั้งค่ะ ตรงข้ามโรงแรมก็มีห้างขนาดใหญ่ ชื่อไอสแควร์ สถานนีรถใต้ดินก็อยู่ตรงข้ามโรงแรมเลย มีทั้ง Tsim Sa Tsui Subway ทางออก E and C1 แล้วก็ Tsim Sa Tsui East ก็เดินไปแค่ประมาณ 2 นาทีค่ะ (ติดกับเซเว่น) เดินไปสักสิบนาทีก็ถึงอเวนิว ออฟ สตาร์แล้วก็ถนนแคนตันซึ่งก็เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมหรูมากมาย ท่าเรือไปมาเก๊าก็เดินสักสิบห้านาทีค่ะ ก็เดินไปขึ้นไปตามถนนแคนตันอ่ะค่ะ ดังนั้นก็ถือว่าตั้งอยู่ที่ใจกลางย่านที่คึกคักที่สุดของฮ่องกงเลยค่ะ

City View from the room

In front of the hotel

Delicious Japanese Food @Otooya on the 2nd floor of the hotel

@Otooya

@Otooya

The Avenue of Star, an ideal spot to enjoy HK night view and the famous Symphony of Lights, is 10-15 minutes walk from the hotel.

โกบี…ทะเลทรายแห่งเอเชีย

เมื่อพูดถึงทะเลทราย (desert / 沙漠 Shāmò) เรามักจะนึกถึงอะไรกันบ้างคะ ความร้อน? อูฐ? จอมโจร? ท่านชีค? ส่วนใหญ่ก็ประมาณนั้นใช่ไหมล่ะคะ แล้วส่วนใหญ่เราก็จะคิดไปถึงเหล่าประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ความจริงใครอยากเห็นทะเลทรายสวยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลกันเลยนะคะ เพราะทางเหนือของประเทศจีนก็เป็นทะเลยทรายแสนสวยที่ชื่อว่า…

 โกบี (Gobi desert/戈壁沙漠 Gēbì shāmò)  

โกบีตั้งอยู่ในอาณาเขตของประเทศจีนตอนเหนือและมองโกลียตอนใต้ ทำให้ทะเลมรายแถบนี้ไม่ร้อนอยางที่คิด (ยืนยันว่าพัทลุงร้อนชนะขาดลอยค่ะ) อุณหภูมิในทะเลทรายแห่งนี้สามารถลงต่ำถึง -40 C และปรับสูง 50 C ได้ในชั่วข้ามคืน ส่วนช่วงที่ไปนั้นเป็นช่วงเดือนสิงหาทำให้แดดแรง…ซึ่งหมายความว่าถึงจะไม่ร้อน แต่ดำค่ะ T^T

การเดินทางเราตั้งต้นจากปักกิ่งแล้วนั่งรถทัวร์มุ่งหน้าไปยังมองโกเลียใน (Inner Mongolia/内蒙古 Nèiménggǔ) ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของเมืองจีน (อย่าสับสนกับประเทศมองโกเลียนะคะ ถึงแม้จะอยู่ติดกันก็เถอะ) ส่วนระยะเวลาการเดินทางนี่แล้วแต่ความโชคดีของบุคคลค่ะ เพราะถนนสายนอกเมืองของประเทศจีนนั้น อาจรถติดได้เป็นวันๆ เพราะรถขนสินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตร แล้วคำว่ารถติดที่ว่า…กรุงเทพฯกลายเป็นเด็กๆไปเลยค่ะ เพราะจีนสามารถติดกันข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าจะไปเตรียมเสบียงให้พร้อมนะคะ

แวะเที่ยวมองโกเลียในอยู่สองวัน (ขี่ม้าชมทุ่งหญ้า นอนกระโจม ชมวัดทิเบต) จึงได้มุ่งหน้าสู่ทะเลยทรายค่ะ เราแวะเข้าโรงแรมกันก่อน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามทะเลทรายเลยค่ะ ชื่อว่า 响沙湾宾馆 (Xiǎng shā wān bīnguǎn)ถ้ามองจากลานจอดรถหรือจากลิฟต์แก้วภายในโรงแรมก็จะสามารถเห็นเนินทรายสุดลูกหูลูกตา สวยงามมากค่ะ (แอบตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเพื่อชมวิวทะเลทรายแบบเงียบๆ เย็นๆ บรรยากาศดีมาก) สภาพโรงแรมถือว่าโอเคค่ะ แต่ห้องน้ำก็ยังพบทรายพบเส้นผมได้ ที่สำคัญผนังห้องบางมาก สามารถนอนคุยกับเพื่อนข้างห้องได้เหมือนอยู่ห้องเดียวกันเลยค่ะ

 

ระหว่างตัวโรงแรมและทะเลทรายนั้น มีเหวตื้นๆคั่นอยู่ เราสามารถเลือกจะเดินข้ามไปหรือนั่งขึ้นเคเบิลคาร์ข้ามไปที่ทะเลทรายก็ได้ค่ะ เคเบิลคาร์ที่นี่มีลักษณะเปิดเหมือนในสนามสกี เพราะฉะนั้น หวาดเสียวดีค่ะ (เหอๆๆๆ) เมื่อข้ามไปได้ก็จะเห็นเนินทรายชันสำหรับผู้ที่ต้องการเล่น sand ski  ซึ่งก็คือการสไลด์ตัวบนแผ่นพลาสติกลงมา

พอได้เหยียบทะเลทรายครั้งแรกก็รู้สึกว่า…เดินยากจริงๆนะเนี่ย =*= ชายหาดที่ว่ายากแล้ว เทียบไม่ติด ติดง่ายๆอ่ะค่ะ ทะเลทรายก็คือที่ราบสูง (เท่าภูเขา) ที่มีแต่ทรายล้วนๆ เดินทีก็จะรู้สึกยวบไปที แต่ไม่ต้องกลัวทรายเข้าร้องเท้าค่ะ เพราะแถวนั้นจะมีบริการถุงเท้าผ้าที่ไว้คลุมรองเท้าอีกทีเพื่อกันทรายค่ะ (เจ้าถุงเท้าสีแดง สีเหลืองในรูปนั่นแหละค่ะ)

ไม่ไกลเท่าไหร่เราก็จะเห็นคอกอูฐและกระโจมแบบมองโกลค่ะ ซึ่งจุดนี้เราสามมารถเช่าอูฐเพื่อเดินชมทะเลทรายซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดจริงๆค่ะ เพราะลำพังขาสั้นๆของเรา ท่ามกลางแดดร้อนๆ และทรายยวบๆ คงไม่สามารถเดินได้ไกลสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในบริเวณที่คนเดินไปเดินมา ทรายก็จะเป็นรอยเท้าซึ่งดูไปดูมา เหมือนชายหาดเสียมากกว่าทะเลทราย ไม่ค่อยสวยค่ะ

ขึ้นอูฐได้เจ้าอูฐตัวสูงก็จะพาเราเดินโยกเยกลึกเข้าไปในทะเลทรายค่ะ ซึ่งหาได้ปล่าวเปลี่ยวเหมือนในนิยาย เพราะมีคาราวานนักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมาตลอดเวลา ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามค่ะ จะได้เห็นเนินทรายที่ค่อนข้างเนียนเรียบ แต่อาจจะหวาดเสียวบ้างเพราะบางครั้ง ด้านข้างก็จะเป็นหลุมทรายที่ลึกลงไป หลายเมตรอยู่ค่ะ ก็ได้แต่แอบภาวนาให้เจ้าอุฐไม่เดินซุ่มซ่ามร่วงลงไป

นอกจากการขี่อูฐให้ได้บรรยากาศแล้ว อีกกิจกรรมที่แนะนำคือการนั่งรถเข้าไปในทะเลทรายค่ะ ซึ่งรถจะพาเราเข้าไปได้ลึกกว่าการขี่อุฐมาก รถจะเป็นลักษะหลังคาเปิดค่ะ เราจะได้ชมบรรยากาศกันได้เต็มที่ ลมทะเลทรายที่พัดมาจะทำให้ลืมความร้อนกันเลย โดยเฉพาะภาพทรายที่เวิ้งว้าง และพระอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลง ให้บรรยากาศยิ่งใหญ่ งดงาม แต่เหงา เปล่าเปลี่ยวและน่าหวาดกลัวไปพร้อมๆกัน เป็นบรรยากาศที่เหลือเชื่อที่จะทำให้ผู้มาเยือนหลงรักทะเลทรายทันทีค่ะ จะบอกว่าวิวอย่างนี้มันภาพวาดชัดๆ!!! เที่ยวมาก็ตั้งหลายที่ทั้งหิมะ สถาปัตยกรรม แต่ทะเลทรายชะเลิศค่ะ >w<

 

 

 

798…..The Coolest Art Zone ใจกลางมหานครปักกิ่ง

798 หรือ 七九八 qi1 jiu3 ba1 เป็นเขตจัดแสดงศิลปะขนาดใหญ่มากซึ่งตั้งอยู่ใจกลางมหานครปักกิ่ง แต่การเดินทางไปชีจิ่วปาอาจไม่สะดวกอย่างที่ควรจะเป็น เพราะไม่มีรถใต้ดินที่จะไปถึงรวดเดียวและแท็กซี่บางคันก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่เว็บไซต์หนึ่งที่จะช่วยให้การเดินทางในปักกิ่งทำได้สะดวกมากคือ travelchinaguide.com

เราสามารถตั้งต้นได้ง่ายๆจากสถานีรถไฟใต้ดิน 三元桥 san1 yuan2 qiao2 แล้วเดินออกมาที่ป้ายรถเมล์ เพื่อรอรถสาย 401 นั่งไปเพียง 5 ป้ายก็จะถึงป้าย 大山子路口南 da4 shan1 zi lu4 kou3 nan2 แล้วเดินอีกนิด อาศัยถามทางหน่อยๆ ก็จะถึงย่านศิลปะสุดเก๋ชีจิ่วปา

ชีจิ่วปาในอดีตนั้นเคยเป็นย่านอุตสาหกรรมเก่าที่ปัจจุบันทั้วบรรดาโกดังร้างและทางรถไฟสายเก่า ถูกดัดแปลงให้เป็นแกลเลอรี่แสดงศิลปะชั้นเยี่ยม

 Photobucket

Photobucket

โชคดีที่วันที่ไปนั้นเป็นวันที่ค่อนข้างหนาว…..ถึงหนาวมาก พร้อมฝนปรอยๆ ทำให้คนค่อนข้างน้อย เมื่อเดินเข้าไป จะเจออาคารคล้ายๆโกดังเก่าสองข้างทางพร้อมลวดลายกราฟิตี้เท่ๆ ซึ่งถ้าเราเข้าไปชม ก็จะพบว่ามันคือแกลเลอรี่ ที่เราสามารถเดินชม และซื้อ (ถ้ามีเงิน เพราะแต่ละรูปแพงมากกก) แต่ละรูปที่จัดแสดงนั้นก็พอจะทำให้เราอ้าปากค้างได้ ตั้งแต่รูปเสือโคร่งที่ขนดูนุ่มจนอยากจะเอามือไปลูบหรือรูปน้ำตกที่เหมือนจะมีน้ำกระเซ็นออกมาจริงๆ

Photobucket

Photobucket

นอกจากแกลเลอรี่ศิลปะแล้ว ที่นี่ยังมีสตูดิโอของดีไซเนอร์หลายๆ คน พร้อมชิ้นงานทางศิลปะแนวๆ ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนตลอดสองข้างทางที่เดิน และยิ่งเราเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งรู้สึกว่าชีจิ่วปาเป็นโลกที่ถูกตัดขาดจากปักกิ่งและเมืองจีนอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างในที่นี้มีการผสมผสานทั้งความเป็นตะวันตกและตะวันออกปนเปกันกลายเป็นศิลปะหลายแขนงที่ทำให้เราเดินได้จนลืมเวลา

Photobucket

Photobucket

Photobucket

เดินไปๆ ก็จะพบทางแยกมากมายที่สามารถเดินซอกแซกไปได้ อย่างเช่นในรูปด้านบน จากเดิมที่สองข้างทางเป็นโกดังเก่า จู่ๆก็จบบ้านสีหวานแหววราวหลุดออกมากจากโลกนิทาน ยิ่งเมื่อประกอบกับสีสันของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ก็ทำให้ถนนสายนี้งดงามมาก

Photobucket

Photobucket

ระหว่างทางเราก็สามารถพบร้านค้าขายของแฮนด์เมด ร้านหนังสือ รวมทั้งร้านอาหารอิตาเลี่่ยน พิซซ่าและคอฟฟีชอป ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักเป็นชาวตะวันตก และบรรยากาศเหล่านี้ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในยุโรปกันเลยทีเดียว

Photobucket

ทุกตารางนิ้วของชีจิ่วปาคืองานศิลปะ แม้แต่บนพท้นยังมีการนำก้อนอิฐมาเรียงเป็นภาพและข้อความต่างๆ ไม่นับถึงรูปปั้นต่างๆ ที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและอาการตื่นตาตื่นใจจนกดชัตเตอร์จนแบตหมดตั้งแต่เดินไปได้ครึ่งทาง รูปปั้นบางรูปก็ทำให้คิดว่าคิดได้ไง บางรูปก็หื่นปนฮาแต่ไม่สามารถนำมาลงเว็บได้ แต่ที่น่าตะลึงสุด คงเป็นชุดรูปปั้นหมาป่าจนนวนเกือบห้าสิบตัวที่กำลังทำท่าจะงาบอัศวินซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง ทำน่าประทำใจคือสีหน้าและลักษณะของหมาป่าแต่ละตัวนั้นไม่ซ้ำแบบกันเลยสักตัว

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

PhotobucketPhotobucket

Photobucket


798 อาจไม่เป็นที่รูปจักนักเทียบกับสถานที่อื่นๆในปักกิ่ง แต่กลับเป็นสถานที่หนึ่งในมหานครแห่งนี้ที่คุณไม่ควรพลาด



ภาษาจีนสำคัญอย่างไร?

“ภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดภาษาหนึ่ง…เศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก และมหาอำนาจประเทศใหม่ที่โลกจับตา…สาธารณรัฐประชาชนจีน”

 

ประเทศจีนเป็นประเทศที่กำลังเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วสุดในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มีประวัตฺศาสตร์ที่ยาวนานเป็นแหล่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลก

จีนมีจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลกและชาวจีนได้เดินทางไปตั้งรกรากในแทบทุกประเทศส่งผลให้มีผู้ใช้ภาษาจีนอาศัยอยู่ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะมุมไหนของโลกก็ตาม

บทบาทของประเทศจีนบนเวทีโลกกำลังชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยขนาดของเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวและพร้อมจะแทรงหน้าสหรัฐอเมริกาขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจภายในอีก 4-5 ปีข้างหน้าตามคำทำนายของ IMF

ขณะเดียวกันความร่วมมือระหว่างไทยจีนรวมไปถึงอาเซียนกับจีนก็แน่นแฟ้นขึ้นโดยผ่านข้อตกลงการค้าเสรีซึ่งเริ่มใช้ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งหมายถึงการค้และการลงทุนาระหว่างไทยจีนจะเพิ่มสูงขึ้นจากอดีตซึ่งสูงอยู่แล้วอีกมาก ส่งผลให้ความต้องการในตลาดแรงงานต่อผู้ที่มีความสามารถทางภาษาจีนสูงขึ้นตาม

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ความสำคัญของภาษาจีนจึงมีมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจในด้านการค้าขาย ธุรกิจ เทคโนโลยี การแพทย์ รวมทั้งวัฒนธรรมจีน นอกจากนี้ภาษาจีนยังสามารถเพิ่มโอกาสทางการทำงานให้พวกเราทุกคน ทว่ายังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังคงไม่ตระหนักถึงบทบาทของภาษาจีนที่กำลังมีอิทธิพลสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนพูดว่าภาษาจีนกลางอาจพัฒนากลายมาเป็นภาษาสากลแทนภาษาอังกฤษในอนาคต

โอกาสไม่รอใครนะคะ~MySpace

农夫与蛇 ชาวนากับงูเห่า

农夫与蛇 (Nong2 fu1 zhi4 she2) เป็นนิทานภาษิตหนึ่งในภาษาจีนที่มีความหมายใกล้เคียงกับภาษาไทยคือ “ชาวนากับงูเห่า”

一个农夫在寒冷的冬天里看见一条蛇冻僵了,觉得它很可怜,就把它拾起来,小心翼翼地揣进怀里,用暖热的身体温暖着它。那蛇受了暖气,渐渐复苏了,又恢复了生机。等到它彻底苏醒过来,便立即恢复了本性,用尖利的毒牙狠狠地咬了恩人一口,使他受了致命的创伤。农夫临死的时候痛悔地说:“我可怜恶人,不辨好坏,结果害了自己,遭到这样的恶报。”

ัYi2 ge nong2 fu1 zai4 han2 leng3 de dong1 tian1 li3 kan4 jian4 yi4 tiao2 she2 dong4 jiang1 le, jue2 de ta1 hen2 ke3 lian2, jiu4 ba3 ta1 shi1 qi3 lai2, xiao3 xin1 yi4 yi4 de chuai1 jin4 huai2 li3, yong4 nuan3 re4 de shen1 ti3 nuan3 huo1 zhe ta1. Na4 she2 shou4 le nuan3 qi4, jian4 jian4 fu4 su1 le, you4 hui1 fu4 le sheng1 ji1. Deng3 dao4 ta1 che4 di3 su1 xing3 guo4 lai2, bian4 li4 ji2 hui1 fu4 le ben3 xing4, yong4 jian1 li4 de du2 ya2 hen2 hen3 de yao3 le en1 ren2 yi4 kou3, shi3 ta1 shou4 le  zhi4 ming4 de chuang1 shang1. Nong2 fu1 lin2 si3 de shi2 hou4 tong1 hui3 de shuo1: “Wo3 ke3 lian2 e4 ren2, bu2 bian4 hao3 huai4, jie2 guo3 huai4 le zi4 ji3, xao1 dao4 zhe4 yang4 de e4 bao4. “

วันหนึ่งในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ชาวนาคนหนึ่งพบงูกำลังนอนแข็ง รู้สึกว่ามันน่าสงสาร จึงจับมันขึ้นมาและใสเข้าไปที่อกอย่างระวัง ใช้ร่างกายที่ร้อนให้ความอบอุ่นกับงู งูตัวนั้นได้รับความอบอุ่นแล้วก็ค่อยๆฟื้นขึ้น และมีชีวิตขึ้นมา รอจนมันฟื้นขึ้นมาเต็มที่ ใช้ฟันที่แหลมคมหันมากัดผู้มีพระคุณ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ชาวนาเฮืยกสุดท้ายพูดขึ้นมาอย่างสำนึกผิดว่า “ฉันสงสารคนผิด ไม่สนใจว่าจะดีหรือเลว สุดท้ายก็ทำร้ายตัวเอง โชคร้ายมาเจอกับผลกรรมเช่นนี้