Indonesia

ชื่อประเทศ (Country Name)

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย Republic of Indonesia

ธงชาติ (National Flag)

ตราแผ่นดิน (National Emblem)

สถานที่ตั้งและแผนที่ (Location & Map)

 เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนและทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว(อินโดนีเซีย: Kalimantan) , ประเทศปาปัวนิวกินีบนเกาะนิวกินี (อินโดนีเซีย: Irian) และ ประเทศติมอร์ตะวันออกบนเกาะติมอร์ (อินโดนีเซีย: Timor)

เมืองหลวง (Capital City)

จาการ์ตา Jakarta

กลุ่มชาติพันธุ์ (Ethnic Group)

Javanese (ชวา) 40.6%, Sundanese 15%, Madurese 3.3%, Minangkabau 2.7%, Betawi 2.4%, Bugis 2.4%, Banten 2%, Banjar 1.7%, อื่นๆ หรือไม่ได้ระบุ (other or unspecified) 29.9%

สัญชาติ (Nationality)

Noun: Indonesian(s)
Adjective: Indonesian
ศาสนา (Religions)
มุสลิม (Muslim) 86.1%, โปรแตสแตนท์ (Protestant) 5.7%, โรมันคาธอลิก (Roman Catholic) 3%, ฮินดู (Hindu) 1.8%, อื่นๆ หรือไม่ได้ระบุ (other or unspecified)  3.4%
ภาษา (Languages)
บาฮาซา Bahasa Indonesia (ภาษาทางการ ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากภาษามาเลย์), อังกฤษ (English), ดัตช์ (Dutch), ภาษาพื้นเมืองซึ่งพูดกันแพร่หลายบนเกาะชวา (local dialects of which the most widely spoken is Javanese)
ประชากร (Population)
248,216,193
อัตราการรู้หนังสือ (Literacy Rate)
90.4%

ชุดประจำชาติ (National Costume)

เคบาย่า

ดอกไม้ประจำประเทศ (National Flower)

Moon Orchid
การปกครอง (Government)
ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ (Republic) มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ปกครองประเทศ

เศรษฐกิจ (Economy)

  • ป่าไม้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ เป็นประเทศที่มีป่าไม้มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผลิตผลจากป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง
  • แร่ธาตุ แร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมทำรายได้ให้กับประเทศมากที่สุด อินโดนีเซียเป็นสมาชิกขององค์การประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก
  • เกษตรกรรม มีการปลูกพืชแบบขั้นบันได พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ข้าว ยาสูบ ข้าวโพด เครื่องเทศ
  • ประมง ลักษณะภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะทำใหอินโดนีเซียสามารถจับสัตว์น้ำได้มาก
  • อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การกลั่นน้ำมัน การต่อเรือ เป็นต้น
โครงสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ  (GDP Composition by Sector)
เกษตรกรรม (agriculture) : 14.7%
อุตสาหกรรม (industry) : 47.2%
การบริการ (services) : 38.1%

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

$1.139  ล้านล้าน (trillion) ดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ต่อหัวประชากร (GDP Per Capita)

4,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 141,000 บาท)

สินค้าส่งออก (Export Commodities)

น้ำมันและก๊าซ (oil and gas), เครื่องใช้ไฟฟ้า (electrical appliances), ไม้อัด (plywood), สิ่งทอ (textiles), ยาง (rubber)


สกุลเงิน (Currency)

รูเปียห์ (IDR) 1.00 บาท = 301 IDR

อัตรการว่างงาน (Unemployment Rate)

6.6 %

อัตราประชากรมีความเป็นอยู่ที่ตํ่ากว่าเส้นของความยากจน (Population Below Poverty Line)

13.33%

อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate)

5.7%

ประวัติศาสตร์

อินโดนีเซียประกอบด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน แต่ต่อมาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์อยู่ประมาณ 301 ปี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2.1 ญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย และทำการขับไล่เนเธอร์แลนด์เจ้าอาณานิคมของอินโดนีเซียออกไปได้สำเร็จ จึงทำให้ผู้นำอินโดนีเซียคนสำคัญในสมัยนั้นให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นแต่ไม่ได้ให้ความไว้วางใจกับญี่ปุ่นมากนัก เพราะมีเหตุเคลือบแคลงคือ เมื่อผู้รักชาติอินโดนีเซียจัดตั้งขบวนการต่างๆขึ้นมา ญี่ปุ่นจะขอเข้าร่วมควบคุมและดำเนินงานด้วย

เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามและประกาศยอมจำนนต่อฝ่ายพันธมิตร อินโดนีเซียได้ถือโอกาสประกาศเอกราชใน พ.ศ. 2488 แต่เนเธอร์แลนด์เจ้าของอาณานิคมเดิมไม่ยอมรับการประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย จึงยกกองทัพเข้าปราบปราม ผลจากการสู้รบปรากฏว่าเนเธอร์แลนด์ไม่สามารถปราบปรามกองทัพอินโดนีเซียได้ จากนั้นอังกฤษซึ่งเป็นพันธมิตรกับเนเธอร์แลนด์จึงเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้ยุติความขัดแย้งกัน โดยให้ทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงลิงกัดยาติ (Linggadjati Agreement) เมื่อ พ.ศ. 2489 โดยเนเธอร์แลนด์ยอมรับอำนาจรัฐของรัฐบาลอินโดนีเซียในเกาะชวาและสุมาตรา ต่อมาภายหลังเนเธอร์แลนด์ได้ละเมิดข้อตกลงโดยได้นำทหารเข้าโจมตีอินโดนีเซียทำให้ประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย และอินเดียได้ยื่นเรื่องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้าจัดการ สหประชาชาติได้เข้าระงับข้อพิพาทโดยตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ออสเตรเลีย เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอมและได้เรียกร้องให้หยุดยิง แต่เนเธอร์แลนด์ได้เข้าจับกุมผู้นำคนสำคัญของอินโดนีเซีย คือ ซูการ์โนและฮัตตาไปกักขัง ต่อมาทหารอินโดนีเซียสามารถช่วยเหลือนำตัวผู้นำทั้งสองออกมาได้ ในระยะนี้ทุกประเทศทั่วโลกต่างตำหนิการกระทำของเนเธอร์แลนด์อย่างยิ่งและคณะมนตรีความมั่นคงได้กดดันให้เนเธอร์แลนด์มอบเอกราชแก่อินโดนีเซีย

ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2492 อินโดนีเซียได้รับเอกราชแต่ความยุ่งยากยังคงมีอยู่เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ไม่ยินยอมให้รวมดินแดนอิเรียนตะวันตกเข้ากับอินโดนีเซีย ทั้งสองฝ่ายจึงต่างเตรียมการจะสู้รบกันอีก ผลที่สุดเนเธอร์แลนด์ก็ยอมโอนอำนาจให้สหประชาชาติควบคุมดูแลอิเรียนตะวันตกและให้ชาวอิเรียนตะวันตกแสดงประชามติว่าจะรวมกับอินโดนีเซียหรือไม่ ผลการออกเสียงประชามติปรากฏว่าชาวอิเรียนตะวันตกส่วนใหญ่ต้องการรวมกับอินโดนีเซีย สหประชาชาติจึงโอนอิเรียนตะวันตกให้อยู่ในความปกครองของอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2506

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s