Procrastination ก็แค่ป้องกันตัว?

It turns out procrastination is not typically a function of laziness, apathy or work ethic as it is often regarded to be.

ปรากฏว่า การผลัดวันประกันพรุ่งนั้น ไม่ใช่เป็นกลไกของความขี้เกียจ ไม่ใส่ใจหรือจรรยาบรรณในการทำงานอย่างที่พูดกัน

It’s a neurotic self-defense behavior that develops to protect a person’s sense of self-worth.

มันเป็นพฤติกรรมการป้องกันตัวเองทางจิตที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องคุณค่าในตนเองของคนคนหนึ่ง

procrastination

You see, procrastinators tend to be people who have, for whatever reason,

คนที่ผลัดส่วนใหญ่ ด้วยเหตุใดก็มิอาจทราบ

developed to perceive an unusually strong association between their performance and their value as a person.

มักจะสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผลงานและคุณค่าในตนเอง

This makes failure or criticism disproportionately painful,

นี่ทำให้ความล้มเหลวหหรือคำติติงเจ็บปวดเกินกว่าที่ควรเป็น

which leads naturally to hesitancy when it comes to the prospect of doing anything that reflects their ability —

ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วนำไปสู่ความลังเลเมื่อต้องทำสิ่งๆใดๆที่จะสะท้อนความสามารถของเขา

which is pretty much everything.

ซึ่งก็คือเกือบทุกอย่างนั่นแหละ

But in real life, you can’t avoid doing things.

แต่ในความเป็นจริง คุณไม่สามารุเลี่ยงการทำสิ่งต่างๆได้

Human life requires confronting uncertainty and risk, so pressure mounts.

ชีวิตของคนเราจำเป็นต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ดังนั้นความกดดันก็เพิ่มขึ้น

Procrastination gives a person a temporary hit of relief from this pressure of “having to do” things, which is a self-rewarding behavior.

การผลัดวันประกันพรุ่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จากความรู้สึกที่เรียกว่า “ต้องทำ” ซึ่งเป็นกิริยาที่ยกย่องตนเอง

So it continues and becomes the normal way to respond to these pressures.

ดังนั้นมันจึงเริ่มขึ้นและกลายเป็นหนทางที่จะโต้ตอบกับความกดดันเหล่านี้

David Cain

 

 

Procrastination ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ดีจริงหรือ?

Most people who write about procrastination write about how to cure it. But this is, strictly speaking, impossible.

คนส่วนใหญ่ที่เขียนเกี่ยวกับการผลัดวันประกันพรุ่ง มักเขียนเกี่ยวกับว่าจะแก้มันยังไง แต่ว่ากันตามจริงแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

There are an infinite number of things you could be doing. No matter what you work on, you’re not working on everything else.

มันมีสิ่งนับไม่ถ้วนที่คุณน่าจะทำ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกทำอะไรอย่างหนึ่ง ก็เท่ากับว่าคุณก็ไม่ได้ทำอีกหลายๆอย่าง

So the question is not how to avoid procrastination, but how to procrastinate well.

ดังนั้น คำถามไม่ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยวการผลัดยังไง แต่เป็นจะผลัดยังไงให้ดี

procrastination-flowchart-2There are three variants of procrastination, depending on what you do instead of working on something: you could work on

มีการผลัดวันประกันพรุ่งอยู่ ๓ แบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำอะไรแทนการทำงาน คุณอาจจะ…

(a) nothing, ไม่ทำอะไรเลย

(b) something less important, ทำสิ่งที่ไม่สำคัญ

(c) something more important. ทำสิ่งที่สำคัญกว่า

That last type, I’d argue, is good procrastination.

แบบสุดท้ายนี่แหละ ผมว่าเป็นการผลัดที่ดี

That’s the “absent-minded professor,” who forgets to shave, or eat, or even perhaps look where he’s going

นั่นก็คือพวกศาสตราจารย์จอมเหม่อลอย ที่ลืมโกนหนวด หรือกินข้าว หรือแม้แต่ลืมดูว่ากำลังเดินไปไหน

while he’s thinking about some interesting question. His mind is absent from the everyday world because it’s hard at work in another.

ขณะที่เขากำลังนึกถึงคำถามที่น่าสนใจ ความคิดของเขาลอยออกไปจากโลกทั่วไป เพราะมันกำลังทำงานหนักในอีกโลกหนึ่ง

That’s the sense in which the most impressive people I know are all procrastinators. They’re type-C procrastinators: they put off working on small stuff to work on big stuff.

นั่นคือรูปแบบที่ว่าผู้คนที่น่าประทับใจที่สุดที่ผมเคยพบล้วนแต่เป็นพวกจอมผลัดทั้งนั้น พวกเขาเป็นจอมผลัดประเภท C คือผลัดเรื่องเล็กๆไปก่อนเพื่อทำสิ่งใหญ่ๆ

The most dangerous form of procrastination is unacknowledged type-B procrastination, because it doesn’t feel like procrastination. You’re “getting things done.” Just the wrong things.

การผลัดที่อันตรายที่สุดคือการผลัดประเภทไม่รู้หรือประเภท B เพราะมันไม่รู้สึกเหมือว่าคุณกำลังผลัด คุณกำลังทำงานอยู่…แค่ทำผิดเรื่องเท่านั้นเอง

By Paul Graham